รวมเหตุผล ! ทำไม "อาร์เซน่อล" มีโอกาสเป็นแชมป์มากกว่าปีก่อน

อย่างที่เราเห็นกันว่า “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล กลับกลายเป็นมาเป็นทีมที่ได้ลุ้นความสำเร็จอีกครัังในรอบหลายปี และก็เฉียดฉิวมากๆ เมื่อฤดูกาลที่แล้วกับการได้ลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 14 แต่สุดท้ายก็มาตกม้าตายเพราะทำแต้มหล่นกระจายในช่วงโค้งสุดท้าย

แต่มาปีนี้หลายๆ สิ่งที่ดูดีขึ้นกว่าเก่า นั่นจึงมีหลายๆ เหตุผลที่สมควรว่าทำไม อาร์เซน่อล ถึงมีโอกาสคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มากกว่าฤดูกาลที่แล้ว จะมีเรื่องอะไรบ้างไปดูกัน ?

การดวลกับทีมลุ้นแชมป์

อย่างที่เราทราบกันว่าตอนนี้ อาร์เซน่อล ครองตำแหน่งจ่าฝูงหลังผ่าน แมตช์ เดย์ ไป 15 สัปดาห์ มี 36 คะแนน ส่วนหนึ่งก็มาจากมาตรฐานที่คงเส้นคงวา เพราะจนถึงตอนนี้แพ้ไปเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นนั่นก็คือวันที่บุกแพ้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นเกมที่มีประเด็นดราม่ามากมาย

การเจอทีมบิ๊ก 6 ปีนี้ช่วงเกือบๆ ครึ่งทางของซีซั่นถือว่าได้ผลการแข่งขันที่ดีทีเดียว ถ้าไม่นับเกมที่แพ้ นิวคาสเซิ่ล พวกเขาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 เกือบชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง สเปอร์ส ก่อนจบที่ 2-2 โดน เชลซี นำ 2-0 แต่สุดท้ายกลับมาแบ่งแต้มได้จากการไล่ตีเสมอ 2-2 ในช่วงท้ายเกม

แต่จุดที่สำคัญที่สุดคงเป็นการโค่นแชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้ ซึ่งเป็นบอสตัวสำคัญในเส้นทางการลุ้นแชมป์ในเลกแรก นั่นคือการชนะ “เรือใบสีฟ้า” เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี แน่นอนว่ามันมีผลต่อความมั่นใจอย่างแน่นอน เพราะถ้าย้อนกลับไปปีก่อนพวกเขาต้องพลาดท่าทั้งไปและกลับและเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้พบกับความผิดหวัง

การบุกไปแพ้ 1-4 ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็คือหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญและเป็นช่วงเวลาที่ “ปืนใหญ่” กำลังเป๋สุดๆ เพราะก่อนหน้าจะแพ้เกมนั้นพวกเขาสะดุดเสมอมา 3 นัดติดต่อกัน

ต้องมาลุ้นกันในช่วงเวลาที่เหลือ หากพูดถึงการลุ้นเก็บแต้มจากเหล่าบรรดาทีมท็อป 6 ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่มาตามเป้า เพราะในขณะเดียวกันหลายๆ คู่แข่งก็ขยันทำแต้มหล่นเช่นกัน

ขนาดทีมที่ใหญ่ขึ้น

จะบอกว่าปีก่อนสาเหตุสำคัญที่ทำให้ อาร์เซน่อล ต้องพลาดพลั้งกับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ส่วนหนึ่งก็มาจากการมีขนาดทีมที่เล็กกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ขนาดทีมหมายความว่าอะไร ? มันหมายถึงการมีผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนลงมาทดแทนและสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ รวมไปถึงการวางหมากโรเตชั่นในยามที่มีโปรแกรมที่ชุกหนักมากๆ

แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่สมบูรณ์แบบในเรื่องนี้และนั่นคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขามีศักยภาพมากพอในการเถลิงบัลลังก์ ทริปเปิ้ล แชมป์

สำหรับ อาร์เซน่อล ปีนี้ได้ขุมกำลังใหม่ๆ มาใช้งาน และเป็นตัวที่หวังผลได้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น เยอร์เรน ทิมเบอร์, ไค ฮาแวร์ตซ์ และ ดีแคลน ไรซ์

เยอร์เรน ทิมเบอร์ส ฉายแววได้ดีและถูกคาดหวังเอาไว้สูง แต่สุดท้ายโชคร้ายเพราะดันมาเจ็บหนักที่ acl หรือ เอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาดตั้งแต่ช่วงเปิดซีซั่น และต้องพักยาวอย่างต่ำก็ครึ่งปี

ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่โดนวิพากษ์วิจารณ์มากมายตั้งแต่ย้ายมา ไปๆ มาๆ ก็เริ่มเห็นผลประโยชน์ เริ่มปรับตัวได้ มีการเคลื่อนที่ๆ ดีเยี่ยม บวกกับการหาจังหวะผลิตสกอร์ให้กับทีม เขายิงได้ 3 ประตูจาก 4 นัดหลังสุดซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้ต้นสังกัดนำมาซึ่งผลการแข่งขันที่ต้องการ

ส่วน ดีแคลน ไรซ์ นี่ไม่ต้องพูดถึง ค่าตัวแตะหลัก 100 ล้านปอนด์มันเห็นผลแล้วว่านี่คือดีลที่คุ้มค่าของจริงกับการเข้ามาสร้างความสมดุลในแผงกองกลาง มีส่วนอย่างมากที่ทำให้เกมรับของ อาร์เซน่อล แข็งแกร่งขึ้นแบบทันตาเห็น ทั้งการตัดเกมและตัดจังหวะของคู่แข่ง

เท่านั้นยังไม่พอเพราะ 3 ประตูที่พี่แกทำได้ก็ช่วยให้ อาร์เซน่อล ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด, ไม่แพ้ เชลซี และเป็นประตูชัยในวันที่ชนะ ลูตัน 4-3 ถ้าจะพูดถึงดีลที่คุ้มค่าที่สุดในปีนี้มันต้องมีชื่อของ ดีแคลน ไรซ์ แน่นอน

เช่นเดียวกับผู้เล่นหน้าเดิมๆ หลายคนก็รูัจักและคุ้นชินกับการรับแรงกดดัน และซึมซับแท็คติกของ มิเกล อาร์เตต้า มากขึ้น

คนไหนก็หวังประตูได้

อาร์เซน่อล ไม่ได้มีผูัเล่นเพียง 1-2 คนที่เป็นความหวังในการจบสกอร์ เพราะไม่ว่าใครต่างก็ช่วยผลิตสกอร์ได้ทั้งนั้น บูกาโย ซาก้า ที่เป็นตัวทีเด็ดของทีมและซัลโวไปแล้ว 5 ประตู บางทีก็บาดเจ็บและไม่ได้ลงสนาม แต่คนอื่นก็หวังผลได้ไม่ว่าจะเป็น กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, เลอันโดร ทรอสซาร์, กาเบรียล เชซุส หรือ มาร์ติน โอเดการ์ด

ไม่ว่าใครจะเจ็บหรือติดปัญหาลงสนามไม่ได้มันก็จะมีคนที่ใส่สกอร์ให้ทีมอยู่ตลอด อย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ก็ค่อยๆ ตามมา ซัดไปแล้ว 3 ประตูจาก 4 เกม เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ถึงจะเป็นสำรองแต่ก็กดไปแล้ว 5 เม็ดเท่ากับ ซาก้า ด้วยความที่ อาร์เซน่อล เป็นบอลแบบเล่นระบบไม่ว่ายังไงเราก็สามารถหวังผลจากนักเตะได้ในหลายๆ คนและในหลายๆ สถานการณ์

บทเรียนอันล้ำค่า

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลก่อนเราจะเห็นได้ว่า อาร์เซน่อบ มาพลาดในช่วงโค้งสุดท้ายจนโดน แมนฯ ซิตี้ แซงแบบรวดเดียวจบ นั่นคือบทเรียนราคาแพงที่สอนให้ มิเกล อาร์เตต้า และเหล่าลูกทีมได้รู้จักคำว่า “ทุกสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในโลกของฟุตบอล”

เมื่อไหร่ที่พลาดและไม่รู้จักประคองสติ, ไม่มีความนิ่งและขาดสมาธิ ผลที่ตามมาคือโชคชะตาอันเลวร้าย ต้องยอมรับว่า 14-15 นัดในฤดูกาลนีัของ “ปืนใหญ่” หลายๆ เกมมันไม่ได้ดูสวยหรู เผลอๆ อาจจะดูน่าอึดอัดใจด้วยซ้ำ

แต่เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากพวกเขาสามารถกลับมาได้ สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาจนได้ผลการแข่งขันที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นเกมที่พลิกกลับมาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1, เกมชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0, เกมที่ตามตีเสมอ เชลซี 2-2 ซึ่งเป็นวันที่เล่นไม่ดีเลย แต่ก็กลับมาจนได้ เช่นเดียวกับนัดล่าสุดที่พลิกกลับมาแซงชนะ ลูตัน 4-3

นั่นคือบทเรียนอันมีค่าที่ได้รับมา มันสอนให้พวกเขาได้รู้ว่า ความใจสู้ ห้ามยอมแพ้ เมื่อไหร่ที่เวลายังเหลือและยังไม่มีเสียงนกหวีดดังจากผู้ตัดสิน อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ และมันก็เป็นเหตุผลและคุณสมบัติที่บ่งบอกว่าทำไม อาร์เซน่อล ถึงมีโอกาสเป็นแชมป์มากกว่าปีที่แล้ว

HaMu Dos Santos

Rate this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *