เชอร์รี่ส์ติดคอ, ฟอร์มแย่แทบยกทีม!เจาะ 5 ประเด็น แมนยู โดน บอร์นมัธ ยิงดับคาบ้าน

เชอร์รี่ส์ติดคอ, ฟอร์มแย่แทบยกทีม!เจาะ 5 ประเด็น แมนยู โดน บอร์นมัธ ยิงดับคาบ้าน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาสู่ฟอร์มน่าผิดหวังอีกครั้ง เมื่อเปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดน บอร์นมัธ บุกมายำใหญ่สกอร์ 0-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา นั่นทำให้ทีมพลาดโอกาสในการขยับทำแต้มลุ้นอันดับท็อปโฟร์อย่างน่าเสียดาย

ฟอร์มของ “ผีแดง” ในแมตช์นี้เต็มไปด้วยความน่าผิดหวังเพราะเกมรับก็เล่นได้หละหลวมโดยเฉพาะ ลุค ชอว์ ส่วนแดนกลางแทบจะไม่สามารถสร้างสรรค์เกมได้มากนัก ขณะที่แนวรุกดูหวือหวาแต่ไร้ประสิทธิภาพ

ขณะที่ บอร์นมัธ เล่นด้วยความมั่นใจ และทำตามแท็คติกทุกอย่าง ที่สำคัญพวกเขารอคอยโอกาสที่เจ้าบ้านเล่นผิดพลาด และก็สามารถฉกฉวยสิ่งเหล่านั้นได้สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น โดมินิค โซลันกี้ ยังปั่นป่วนเกมรับ แมนฯ ยูฯ ได้ตลอด และน่าจะมีชื่อบนสกอร์บอร์ดมากกว่า 1 ลูกด้วยซ้ำ

ตอนนี้คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคงหนีไม่พ้น เอริค เทน ฮาก เพราะอนาคตของเขาอาจจะถูกตัดสินในสัปดาห์หน้าจากการลงเล่น 2 เกมต่อไป เพราะมันมีความสำคัญอย่างมากทั้งการรับมือ บาเยิร์น มิวนิค และทำมหาศึก “แดงเดือด” พบ ลิเวอร์พูล

1. โซลันกี้ ออกสตาร์ทสุดหรู

ผลงานของ โดมินิค โซลันกี้ พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ที่เขาย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาเล่นกับ บอร์นมัธ โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ฟอร์มของเขาโดดเด่นมากๆ การยิงประตูและการมีส่วนร่วมกับเกมถือว่าครบเครื่องจริงๆ

ฟอร์มของ โซลันกี้ ในเกมที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้องบอกว่าเลยโหดมากๆ เพราะเจ้าตัวสามารถปั่นป่วนเกมรับของเจ้าบ้านได้ทุกครั้งที่มีบอลอยู่กับเท้า หรือจังหวะการเล่นลูกกลางอากาศก็ทำได้ดีกว่าแนวรับและ อ็องเดร โอนาน่า ทุกครั้ง

ประตูที่ยิงได้ในช่วงต้นเกมที่ “โรงละครแห่งความฝัน” เป็นการแสดงให้เห็นถึงการอ่านจังหวะที่ดี, การวิ่งหาช่องฉลาด และจบสกอร์คมกริบ ขณะที่ก่อนหน้าจะได้ประตูขึ้นนำ โซลันก้า ก็วิ่งแตะบอลหนี โอนาน่า และล้มในเขตโทษ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้จุดโทษ

นอกจากนี้ โซลันกี้ ยังมีจังหวะขึ้นโหม่งติดแต่เซฟ นายทวารชาวแคเมอรูน ก่อนที่ มาร์คัส เทเวอร์เนียร์ ตามซ้ำจ่อๆ แต่ อดีตหัวหอกลิเวอร์พูล ถูกจับล้ำหน้าไปก่อนแล้ว ขณะที่ครึ่งหลัง โซลันกี้ ก็ยังใช้ความเร็ว และความคล่องตัวปั่นป่วนแนวรับของ แมนฯ ยูฯ ได้ตลอด ดังนั้นต้องบอกเลยว่านี่คือหนึ่งในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของเขาจริงๆ

สำหรับตอนนี้ โซลันกี้ ซัดไปแล้ว 8 ประตูจากการเล่น 16 เกมโดยมีเพียง เออร์ลิง ฮาลันด์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, จาร์ร็อด โบเว่น และ ซน ฮึง-มิน เท่านั้นที่ยิงประตูมากกว่าเขาในลีฤดูกาลนี้ ฉะนั้นถ้าเจ้าตัวยังรักษาฟอร์มฮอตแบบนี้ต่อไป งานนี้มีลุ้นที่จะติดทีมชาติอังกฤษ ลุยศึกยูโร 2024 ที่ เยอรมนี ก็ได้

2. พี่หมากกินกากหมู

หากถามแฟนผีโปรเจกต์ตอนเห็นไลน์อัพคงนั่งเกาหัวเพราะไม่เข้าใจความคิดของ เทน ฮาก ว่านึกยังไงถึงจับ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ลงเป็นหน้าเป้าตัวจริง โดยดร็อป ราสมุส ฮอยลุนด์ ที่กระหายอยากยิงประตูในลีก เป็นตัวสำรอง

จริงๆ แล้วสาวก “ผีแดง” อยากเห็น ดาวยิงทีมชาติเดนมาร์ก ลงตัวจริงในแมตช์นี้ เพราะเชื่อมั่นว่า หัวหอกค่าตัว 64 ล้านปอนด์ (ราว 2,816 ล้านบาท) น่าจะเป็นโอกาสทองที่จะนับหนึ่งในการยิงประตูเกมพรีเมียร์ลีก แมตช์นี้

ขณะที่ เทน ฮาก น่าจะมองข้ามชอตเพราะรู้สึกว่า บอร์นมัธ คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็เลยเลือกพัก ฮอยลุนด์ เพื่อเก็บความสดเอาไว้ซัดกับ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเป็นแมตช์ชี้เป็นชี้ตายในการลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลางสัปดาห์หน้า

การให้โอกาส มาร์กซิยาล เพื่อหวังเรียกความมั่นใจให้นักเตะ แต่กลายเป็นว่าเป็นหายนะของทีม เนื่องจาก “พี่หมาก” ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรเลย และนั่นทำให้ทีมไม่สามารถพึ่งพาเขาได้ในการยิงประตู

ถ้าเปรียบเทียบผลงานของ หัวหอกชาวฝรั่งเศส กับ โซลันกี้ ต้องบอกเลยว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว โดย มาร์กซิยาล มีสถิติพยายามยิงประตูแค่ครั้งเดียวตลอดทั้งช่วงเวลาที่เขาอยู่ในสนาม ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ที่เขาจะโดนเปลี่ยนตัวออกเป็นคนแรก และการส่ง ฮอยลุนด์ ลงมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรทีมได้มากนัก

3. เก็บรับน่าอนาถ

หนึ่งในหายนะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้ก็คือผลงานของแนวรับโดย ลุค ชอว์ ได้รับบทบาทให้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กจำเป็นอีกครั้ง และก็ทำผลงานผิดพลาดจนทำให้ทีมเสียหายหลายครั้ง

เริ่มตั้งแต่ต้นเกมก็ส่งบอลคืน โอนาน่า ไม่ดีจนโดน โซลันกี้ วิ่งโฉบมาเอาบอลได้ในเขตโทษ และถูกนายทวารชาวแคเมอรูน แตะเบาๆ จนล้ม โชคดีที่ผู้ตัดสินในสนาม และวีเออาร์ไม่ให้จุดโทษ แต่นั่นคือสัญญาณความบรรลัยแรกของเกมรับ !

สำหรับประตูแรก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ต้องรับผิดชอบจากการที่ยืนประกบห่าง โซลันกี้ มากเกินไปทำให้หัวหอกชาวอังกฤษได้ยิงประตูแบบไม่ต้องกดดัน แต่จะโดน “แม็กกี้” คนเดียวก็ไม่ได้ เพราะจริงๆ แล้วหายนะมันเริ่มตั้งแต่การเปิดบอลแบบไร้จินตนาการของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และความประมาทของ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำให้โดนแย่งตรงกลางสนาม และสุดท้ายบอลไปจบที่ก้นตาข่าย

ขณะที่ ดีโอโก้ ดาโลต์ ก็ขึ้นเติมเกมรุกมากเกินไป จนทำให้เกิดพื้นทางว่างทางฝั่งขวา และมีหลายครั้งที่ บอร์นมัธ ตัดเกมได้ในแดนตัวเองจากนั้นก็เล่นส่วนกลับทำให้ ดาโลต์ วิ่งกลับมาประจำตำแหน่งไม่ทัน จนเกือบเสียประตู

การยืนตำแหน่งของ ชอว์ ค่อนข้างหละหลวมมากๆ และไม่สามารถรับมือกับความแข็งแกร่งและรวดเร็วของ โซลันกี้ ได้เลย ที่สำคัญจังหวะเสียประตูที่สองเจ้าตัวต้องรับผิดชอบเต็ม เริ่มตั้งแต่การเปิดบอลพลาดไปเข้าทาง บอร์นมัธ และนำไปสู่การเล่นสวนกลับ จากนั้นเขาก็ปล่อยให้ ฟิลิป บิลลิง ขึ้นโหม่งได้สบายๆ

ส่วนการป้องกันลูกเตะมุมก็แย่ปล่อยให้คู่แข่งได้มีโอกาสโหม่งลุ้นทำประตูพอสมควร และสุดท้ายก็มาโดนทำประตูตอกฝาโลงจากลูกเตะมุม ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการบ้านที่ เทน ฮาก ต้องรีบแก้ไขด่วน เพราะ 2 แมตช์ต่อไปที่พบ บาเยิร์น กับ ลิเวอร์พูล แนวรุกของทั้งสองทีมโหดกว่า “เดอะ เชอร์รี่ส์” หลายเท่า

4. บรูโน่ หัวร้อนจนเสียหาย

ต้องยอมรับว่าเกมกับ บอร์นมัธ คือหนึ่งในแมตช์ที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เล่นได้ย่ำแย่สุดๆ ทั้งการผ่านบอลแบบไม่มีคลาสในจังหวะที่นำไปสู่การเสียประตูแรก, การเปิดบอลที่ไร้จินตนาการ และอีกหลายๆ อย่างที่น่าผิดหวัง โดยเฉพาะการเสียใบเหลืองในช่วงท้ายครึ่งหลัง

แมตช์นี้ แฟร์นันด์ส เล่นไม่ออกจริงๆ และเจ้าตัวก็มีอาการหัวร้อนอย่างเห็นได้ชัดเมื่อทีมตกเป็นรองคู่แข่งสามประตู นั่นทำให้เจ้าตัวแสดงอาการเดิมๆ ก็คือพร่ำบ่นไปเรื่อยโดยเฉพาะการบ่นใส่กรรมการ และทำให้เขาถูกใบเหลืองโดยไม่จำเป็น ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวติดโทษแบนในเกม “แดงเดือด” เยือน ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ จากการสะสมครบ 5 ใบเหลือง

การขาดผู้เล่นที่คอยสร้างสรรค์เกม และยังเป็นกัปตันทีมในแมตช์ที่ต้องเยือน “หงส์แดง” ถือเป็นความเสียหายอย่างมาก และงานนี้แฟนบอลแมนฯ ยูฯ เริ่มรู้สึกหลอนๆ ว่าเหตุการณ์สุดเลวร้ายที่เกิดขึ้นที่แอนฟิลด์เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา จะตามมาหลอกหลอนพวกเขาอีกครั้ง

งานนี้สิ่งที่สำคัญก็คือ เทน ฮาก จะใช้งานใครในการทำหน้าที่ปั่นเกม เพราะ คริสเตียน เอริคเซ่น ก็ไม่ชัวร์ว่าจะฟิตสมบูรณ์ทันไหม หรือจะใช้งาน เมสัน เมาท์ สวมบทเพลย์เมกเกอร์ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าจะฝากผีฝากไข้ได้

ดังนั้นนี่คือปัญหาใหญ่ที่ แมนฯ ยูฯ ต้องหาทางออกให้ได้ แต่แฟนบอล “เร้ด อาร์มี่” อย่าเพิ่งคิดเตลิดไปไกล เพราะเกม “แดงเดือด” เต็มไปด้วยศักดิ์ศรี ไม่ว่าทีมไหนอยู่ในฟอร์มแย่ๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องมาปะทะแข้งกัน ทั้งสองทีมมักจะงัดฟอร์มเทพออกมาได้เสมอ !!!

5. เทน ฮาก จะอยู่ถึงสิ้นปีไหม

ตอนนี้คำพูดเด็ด “เซฟ เทน ฮาก” กำลังร้อนแรงในโลกโซเชียล หลังผลงานของ นายใหญ่ชาวดัตช์ น่าผิดหวังอย่างมาก แต่มีแนวโน้มว่าอนาคตของเขาในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ใกล้จะถึงทางตันแล้ว

ผลงานเลิศหรูที่เอาชนะ เชลซี ที่ทำให้ขาเก้าอี้ของเขากลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ขณะที่เจ้าตัวยังประกาศก้องว่า แมนฯ ยูฯ พ้นวิกฤติแล้ว และกำลังจะกลับสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยม มันทำให้หัวใจของสาวก “เร้ด อาร์มี่” พองโตเหลือเกิน

สุดท้ายแมตช์นั้นมันเป็นภาพลวงตา ! และตอนนี้แฟนบอลแมนฯ ยูฯ ตาสว่างแล้ว เพราะผลงานในการคุมทีมของ เทน ฮาก หาความแน่นอนไม่ได้เลย เกมรุกก็ฝืดเกมรับก็หละหลวม ที่สำคัญการเลือกผู้เล่นลงสนามก็น่าผิดหวังสิ้นดี

เมื่อเหลือบไปมองดูโปรแกรมของ แมนฯ ยูฯ 2 แมตช์ต่อไปนั่นก็คือรับมือ บาเยิร์น มิวนิค และเยือน ลิเวอร์พูล มันช่างเป็นช่วงเวลาที่สำคัญกับทีมอย่างมาก เพราะแมตช์แรกคือการลุ้นเพื่อจะได้อยู่รอดในแชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วนแมตช์หลังคือเกมแห่งศักดิ์ศรีแพ้ไม่ได้ !

ลองนึกภาพ เทน ฮาก ไม่สามารถนำ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าผลการแข่งขันที่ดีที่สุดได้ งานนี้บอร์ดบริหารอาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนก่อนช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ก่อนที่ทีมจะหายนะไปมากกว่านี้….หรืออาจจะทนต่ออีกหน่อยเพราะหาใครมาแทนไม่ทันก็ได้

ทอมเม้ง

Rate this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *