5 ปัญหาของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ออกสตาร์ทซีซั่น

ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมายเหลือเกินนะครับ สำหรับฟอร์มการเล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมบังเหียน ของ เอริค เทน ฮาก ที่ไม่มีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจนเอาเสียเลยในฤดูกาลนี้

บางนัดถึงจะชนะได้แต่รูปเกมโดยรวมก็ถือว่าไม่ได้น่าประทับใจเท่าไหร่นัก ทำเอาแฟนผีหลายท่านหมดศรัทธาในทีมไปตามๆกัน วันนี้ขอบสนามจะมาเจาะลึกถึงปัญหาของ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่ามีอะไรบ้าง มาติดตามรับชมไปพร้อมๆกันครับ

[ ไม่มีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน ]

ย้อนกลับไปฤดูกาลที่แล้ว การเข้ามาของ เอริค เทน ฮาก แม้จะเริ่มต้นได้ไม่สวย แต่กุนซือชาวดัตซ์ ก็ปรับจูนทีมจนมีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน มีลูกสวนกลับอันเป็นทีเด็ดที่ใช้งานได้อยู่เสมอ แม้จะยิงได้ไม่ได้เยอะแต่ก็เก็บ 3 คะแนนได้อยู่เรื่อยๆ จนพาทีมจบอันดับ 3 ของลีก

แต่ทว่าฤดูกาลปัจจุบันกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง รูปแบบการเล่นจากที่มีอยู่ก็หายไปดื้อๆ ลูกสวนกลับที่มักเล่นงานคู่แข่งได้เสมอ แต่ตอนนี้กลับใช้ไม่ได้ผล

พอเวลาเจอทีมที่เหนือชั้นกว่า หรือทีมที่อยู่ในวันนะเดียวกัน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เล่นตั้งรถบัสรอโดน เตะทิ้งเตะขว้าง ให้ฝั่งตรงข้ามตั้งเกมมาบุกต่อ สิ่งเหล่านี้แทบจะเห็นในทุกๆนัด

เกมรุกกว่าจะยิงได้แต่ละประตูก็เหนื่อยแทบจะขาดใจ แถมเกมรับก็พร้อมเสียทุกเมื่อ มีลูกผิดพลาดแทบจะทุดนัด

ไหนจะปัญหาการจัดตัวที่ขัดใจแทบทุกนัด เล่นดีเปลี่ยนออกเล่นกระจอกเปลี่ยนเข้า ประโยคนี้คงไม่เกินเลยอะไร สำหรับการจัดตัวของ กุนซืออย่าง เอริค เทน ฮาก

[ ผู้เล่นบาดเจ็บกันระนาว และปัญหานอกสนาม ]

ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้

โดยเฉพาะผู้เล่นเกมรับที่ผลัดกันเจ็บไม่ซ้ำหน้ากันในแต่ละวัน ทั้ง ลุค ชอว์, ลิซานโดร มาร์ติเนซ ,ไทเรลล์ มาลาเซีย ,อาร่อน วาน-บิสซาก้า และ เซร์คิโอ เรกีลอน ไหนจะ ราฟาแอล วาราน ที่ลงเล่น 1 นัด เจ็บ 2 เดือนอีก

การขาดแบ็คตัวหลักทั้งสองข้างทำให้ เอริค เทน ฮาก ต้องปรับหมากขนานใหญ่ ต้องใช้ โซฟียาน อัมราบัต ลงนัดประเดิมสนามให้กับทีม ในตำแหน่งแบ็คซ้ายจำเป็นแทน

ในเกมที่เปิดเอาชนะ พาเลซ ไปถึง 3-0 โดยเกมนัดดังกล่าวเจ้าตัวถูกชื่นชมเป็นอย่างมาก แต่ความจริงก็ปรากฏในอีก 2 นัดถัดมา มิดฟิลด์ชาวโมร็อคโก กลับกลายเป็นบ่อน้ำมันดีๆนี่เอง

แนวรุกเองก็ไม่น้อยหน้า ศูนย์หน้าอย่าง ราสมุส ฮอยลุนด์ ที่มีอาการบาดเจ็บมาตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาล ทำให้ไม่สามารถลงสนามในเกมปรีซีซั่นได้ ส่งผลให้ฟอร์มของเจ้าตัวยังไม่เข้าที่ดีนัก

อีกทั้งผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีปัญหานอกสนามให้ปวดหัวเพิ่มอีก กับกรณีของ อันโตนี่ ที่มีปัญหาการทำร้ายแฟนสาว ส่งผลให้นักเตะไม่ได้ลงสนามถึง 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นฟอร์มของพี่แกก็ดิ่งลงเหวแบบกู่ไม่กลับอีกเลย

ขณะเดียวกันปีกจอมปรับตัวอย่าง จาดอน ซานโช่ เองก็ดันไปมีปากเสียงกับ เอริค เทน ฮาก ในเกมที่บุกพ่าย อาร์เซน่อล 1-3 ทำให้เจ้าตัวเหมือนจบอนาคตตัวเองในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไปโดยปริยาย

[ แรชฟอร์ด ฟอร์มออกทะเล ]

หนึ่งในนักเตะที่น่าผิดหวังที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด คงหนีไม่พ้น มาร์คัส แรชฟอร์ด จากเดอะแบกที่ยิงไป 30 ประตู กับอีก 11 แอสซิสต์ แต่พอมาฤดูกาลนี้กลับฟอร์มหลุดไปแบบน่าใจหาย เหมือนกับไปสู่ร่างฤดูกาลก่อนๆ อย่างไงอย่างงั้น

โดย มาร์คัส แรชฟอร์ด ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งของตัวเองได้เลย นับตั้งแต่ออกสตาร์ทฤดูกาลนี้มา เจ้าตัวทำได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น จากการลงสนาม 18 นัดรวมทุกรายการ ซึ่งมันต่างจากฤดูกาลที่ผ่านมาแบบไม่เห็นฝุ่น

นอกจากจะยิงประตูไม่ได้แล้ว จังหวะนรกที่เคยเป็นปัญหาก็กลับมาซะอย่างนั้น จังหวะไหนควรยิงกลับจ่าย จังหวะควรจ่ายกลับยิง ไหนจะทีมเวิร์คการสอดประสานกับเพื่อนร่วมทีมก็ทำได้ห่วยแตกดีเหลือเกิน พี่แกเอาแต่ตะบี้ตะบันเลี้ยงโดยไม่ลืมหูลืมตา ทั้งที่เพื่อนยืนโล่งๆอยู่

ฉะนั้นแล้วหาก แมนฯ ยูไนเต็ดอยากกลับเข้าสู่ลู่ทางแบบที่ควรจะเป็น การดึงศักยภาพ และความมั่นใจของ แรชฟอร์ด ให้กลับมาเป็นผู้เล่นคนอีกครั้ง ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรทำให้เช่นเดียวกัน

[ ผู้รักษาประตูก็เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ ]

การย้ายมาของผู้รักษาประตูดีกรีรองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่าง อังเดร โอนาน่า ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัวกว่า 50 ล้านปอนด์ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ฟอร์มดิ่งลงเหว เพราะทวารผู้นี้ไม่สามารถทำผลงานได้อย่างที่คาดหวังไว้

การมาแทนที่ของ ดาบิด เด เคอา แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเจ้าตัวต้องแบกรับความกดดันมหาศาล จากผลงานของผู้รักษาประตูชาวสเปนที่เคยทำไว้

แต่เรื่องราวดันเลวร้ายกว่าที่คิดไว้ โอนาน่า ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งของตัวเองได้เลย จุดเด่นที่เล่นบอลด้วยเท้า และการบิ้วอัพเกมจากแดนหลัง ก็แทบจะไม่มีให้เห็น มีให้เห็นแต่สาดบอลยาวขึ้นไปข้างหน้า

ส่วนเรื่องของการเซฟคงไม่ต้องพูดถึง โดยเฉพาะในเวที แชมเปี้ยนส์ลีก ที่พี่แกพลาดแบบไม่น่าให้อภัยแทบทุกเกม มีดีหน่อยก็ช่วยเซฟจุดโทษ ช่วยให้ทีมไม่ทำแต้มหลุดในบ้านนัดเฉือนชนะ โคเปนเฮเก้น 1-0 ไม่งั้นสถานการณ์ใน ยูซีแอล จะวอดวายไปมากกว่านี้

[ ไม่มีความเป็นนักสู้ ]

อีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญ และน่าเป็นห่วงที่สุดสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด เลยก็คือ สภาพจิตใจที่ห่อเหี่ยว ไม่มีจิตวิญญาณความเป็นนักสู้เลยแม้แต่น้อย

มีเพียงเกมเดียวเท่านั้นที่ยังพอให้เห็นอยู่บ้างก็คือ นัดที่เปิดบ้านเอาชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-2 โดยในเกมดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด โดนนำก่อนถึง 2 ประตู แต่สุดท้ายก็มายิงคืน 3 ประตูรวด จนคว้าชัยได้สำเร็จ

แต่นอกเหนือจากเกมนี้ ทีมปีศาจแดง ก็ไม่แสดงถึงจิตวิญญาณความเป็นผู้ชนะให้บรรดาเหล่า เรด อาร์มี่ย์ ได้เห็นเลย

ดูได้ชัดๆจากเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกนำคู่แข่งได้ถึง 3 เกม มิหนำซ้ำ 2 ใน 3 ยังเป็นการนำคู่แข่งถึง 2 ประตู แต่สุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ทั้งสิ้น

คงต้องมาตามดูกันต่อว่า เอริค เทน ฮาก จะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร แล้วนำทัพปีศาจแดงกลับสู่ลู่ทางที่ควรจะเป็นได้หรือไม่ หรือไม่ก็ดิ่งลงเหวแบบกู่ไม่กลับ พร้อมโดนเด้งออกจากตำแหน่งกุนซือ ….ก็เป็นได้

– บีเบลล์ กูนเนอร์ –

Rate this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *