เอลเลียยต์ ฮีโร่ส่งหงส์ขึ้นฝูง! ลิเวอร์พูล โกงตายแซงดับ พาเลซ 10 คน

เอลเลียยต์ ฮีโร่ส่งหงส์ขึ้นฝูง! ลิเวอร์พูล โกงตายแซงดับ พาเลซ 10 คน
ลิเวอร์พูล พลิกนรกจากตามหลังก่อนกลับมาคว้าสามแต้มได้แบบเหลือเชื่ออีกครั้ง โดยที่ พาเลซ มาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญเหลือผู้เล่น 10 คน ก่อนที่

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 9 ธ.ค.2566 ที่สนาม เซลเฮิร์สท์ พาร์ค ระหว่าง คริสตัล พาเลซ พบ ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ส่ง อลีสซง เบ็คเกอร์ สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาลงเฝ้าเสา พร้อมให้โอกาส จาเรลล์ ควอนซาห์ ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ส่วนแผงหน้ามาครบ ลุยส์ ดีอาซ, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ดาร์วิน นูนเญซ หวังบุกคว้าชัยเหนือ คริสตัล พาเลซ เพื่อแซง อาร์เซน่อล ขึ้นไปนำจ่าฝูงชั่วคราว

ครึ่งแรกเปิดฉากมา 20 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่าแต่ยังไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบแม้แต่หนเดียว

จากนั้น น.28 พาเลซ ใช้จังหวะสวนกลับและพลาดขึ้นนำก่อนแบบเหลือเชื่อ จอร์แดน อายิว ลากขึ้นมาทางขวาแล้วเปิดเรียดไปที่เสาไกลให้ เจฟเฟอร์สัน เลอมาร์ ชาร์จจ่อๆ ไปติดเซฟ อลีสซง

นาทีถัดมา ลิเวอร์พูล รอดพ้นจากการเสียจุดโทษ หลังจาก เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ไปสกัดใส่ อ๊อดซอน เอดูอาร์ ล้มในเขตโทษผู้ตัดสินชี้จุดโทษให้ พาเลซ ทันที แต่กระนั้นผู้ตัดสินได้รับสัญญาณจาก VAR ไปดูจอด้วยตัวเองเปลี่ยนคำตัดสินให้เป็นการฟาวล์ของ วิลล์ ฮิวจ์ ไปก่อน

ครึ่งหลัง น.57 ผู้ตัดสินได้รับสัญญาณ VAR ก่อนย้อนไปเช็กจังหวะจุดโทษให้ พาเลซ จากจังหวะที่ จาเรลล์ ควอนซาห์ ไปสกัดใส่ ฌอง ฟิลลิป มาเตต้า ล้มในเขตโทษ ย้อนกลับมาเป่าจุดโทษให้เจ้าถิ่น และเป็น มาเตต้า ลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารเข้าไปให้ พาเลซ นำ ลิเวอร์พูล 1-0

อย่างไรก็ตาม น.75 พาเลซ มาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อ จอร์แดน อายิว โดนใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนามไปทำให้เจ้าถิ่นต้องเล่นแค่ 10 คน

หลังจากนั้นแค่นาทีเดียวให้หลัง ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอได้ทันที 1-1 เมื่อแนวรับ พาเลซ เคลียร์บอลไม่ขาดมาเข้าทาง โม ซาลาห์ ซัดไปแฉลบแข้งเจ้าถิ่นเปลี่ยนทางเข้าประตูไป

จากนั้นช่วงทดเวลา น.90+1 ลิเวอร์พูล แซงนำเป็น 2-1 ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ลากบอลมากดด้วยซ้ายหน้ากรอบส่งบอลเสียบเสาไกลเข้าประตูไป

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ลิเวอร์พูล บุกชนะ พาเลซ 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 37 แต้มขยับแซง อาร์เซน่อล ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราว

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

คริสตัล พาเลซ (4-2-3-1) : แซม จอห์นสโตน – โจเอล วอร์ด, โยอาคิม อันเดอร์เซ่น, มาร์ค เกฮี, เนธาเนียล ไคลน์ – คริส ริชาร์ดส์, เจฟเฟอร์สัน เลร์ม่า – ไมเคิ่ล โอลิเซ่, วิลล์ ฮิวจ์ส, จอร์แดน อายิว – อ๊อดซอน เอดูอาร์

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, จาเรลล์ ควอนซาห์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, คอสตาส ซิมิกาส – โดมินิค โซโบซไล, วาตารุ เอ็นโด, ไรอัน กราเฟนแบร์ค – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดาร์วิน นูนเญซ, ลุยส์ ดีอาซ

Rate this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *