เล่นไม่ดีแต่ชนะ ! เปิด 5 ประเด็นน่าสนใจ ลิเวอร์พูล บุกสอย เชฟฯ ยูฯ

เล่นไม่ดีแต่ชนะ ! เปิด 5 ประเด็นน่าสนใจ ลิเวอร์พูล บุกสอย เชฟฯ ยูฯ
ลิเวอร์พูล แม้ว่าจะทำผลงานไม่ค่อยดีนักในการไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมบ๊วยของลีก แต่ก็สามารถเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา สำหรับแมตช์นี้แนวรุก

1. ฟาน ไดค์ คนดีคนเดิมกลับมาแล้ว

ผลงานของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ไม่ใช่แค่ยิงประตูได้เท่านั้น แต่เขายังทำให้เกมรับของ ลิเวอร์พูล มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น โดยไม่ยอมปล่อยให้แนวรุกเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ได้มีโอกาสส่องประตูจะๆ เลย

กัปตันทีมชาวดัตช์ แสดงให้เห็นถึงการเล่นที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ และมีการอ่านเกมทะลุปรุโปร่ง มีบางจังหวะที่ทีมตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน แต่ด้วยประสบการณ์และความนิ่งทำให้สามารถจัดการกับปัญหาไปได้

นอกจากนี้การขึ้นมาช่วยเกมบุกถือว่าโดดเด่นจริงๆ มีจังหวะสองถึงสามครั้งที่เขาสามารถสร้างปัญหาให้กับแนวรับของ “ดาบคู่” รวมทั้งจังหวะที่ยิงประตูสำคัญให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ถือเป็นการจบสกอร์ที่เด็ดขาดมากๆ

ตอนนี้สาวก “เดอะ ค็อป” น่าจะอุ่นใจได้มากขึ้นเมื่อเห็น ปราการหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ กลับมาเป็นคนเดิม ที่เหนียวแน่นในการเล่นเกมรับ และยังช่วยสร้างมิติในเกมรุกให้ทีม

2. ซาลาห์ ร้องเพลงรอประตู 200

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังคงค้างสถิติยิงประตูในทุกรายการให้ ลิเวอร์พูล อยู่ที่ 199 ประตูเหมือนเดิม หลังจากที่แมตช์นี้เจ้าตัวโชว์ฟอร์มไม่ออกและสุดท้ายต้องถูกเปลี่ยนตัวเมื่อเกมผ่านไปราวๆ ครึ่งชั่วโมง

“บังโม” พยายามที่จะสร้างโอกาสในการยิงประตูอย่างต่อเนื่องในแมตช์นี้ แต่ดูเหมือนว่าฟอร์มของเขาจะติดๆ ขัดๆ ไม่ไหลลื่นเหมือนกับหลายๆ แมตช์ที่ผ่านมา แถมบางครั้งก็ฝืนเล่น หรือไม่ยอมเปิดบอลให้เพื่อนที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า ทำให้ทีมพลาดที่จะได้ประตู

ขณะที่ในครึ่งหลัง “คิง ออฟ อียิปต์” มีโอกาสที่จะยิงประตูได้ แต่สุดท้ายโดนนายทวารเจ้าบ้านเซฟได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งนี่เป็นโอกาสเน้นๆ แค่ครั้งเดียวที่เขามีลุ้นทำประตู

สำหรับตอนนี้ ซาลาห์ คงต้องรอสร้างสถิติยิงประตูที่ 200 ให้กับทัพ “เดอะ เร้ดส์” ในแมตช์ต่อไป โดยพวกเขาจะได้ยกพลไปเยือน คริสตัล พาเลซ ซึ่งฟอร์มไม่ค่อยดีนัก งานนี้อาจจะเป็นโอกาสองของ “บังโม” ที่จะได้ตะบันประตูอีกครั้ง

3. เล่นไม่ดีแต่สามแต้ม

ต้องยอมรับว่านี่คือสามคะแนนที่มีค่าสำหรับ ลิเวอร์พูล จริงๆ ไม่เพียงแค่ทีมจะได้ไล่บี้ อาร์เซน่อล จ่าฝูงเหลือ 2 คะแนนเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าในยามที่ทีมเล่นไม่ได้ก็ยังสามารถเอาตัวรอดได้

ก่อนหน้าเกมที่สนามบรามอลล์ เลน ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ มีสถิติไม่ค่อยดีนักในการเล่นเกมเยือนโดยพวกเขาไม่ชนะทีมใดเลยใน 4 แมตช์หลังสุดที่เล่นในพรีเมียร์ลีก เริ่มตั้งแต่แพ้ สเปอร์ส, เสมอ ไบรท์ตัน, ลูตัน ทาวน์ และ แมนฯ ซิตี้

ในแมตช์เยือน เชฟฯ ยูไนเต็ด สถานการณ์ของ “หงส์แดง” ก็ไม่ค่อยดีนัก เพราะทีมเล่นติดๆ ขัดๆ และมีจังหวะเล่นผิดพลาดพอสมควร แต่โชคดีที่เจ้าบ้านขาดความเฉียบคมในการเล่นเกมรุกทำให้ ลิเวอร์พูล รอดจากหายนะไปได้

สำหรับเกมรุกในแมตช์นี้ถือว่าไม่ค่อยดีเลย ทั้ง หลุยส์ ดิอาซ, โคดี้ กัคโป และ ซาลาห์ เล่นไม่ออกเลย แต่หลังจากส่ง ดาร์วิน นูนเญซ ลงสนามในครึ่งหลัง แนวรุกก็เริ่มจี๊ดจ๊าดมากขึ้น ที่สำคัญประตูตอกฝาโลงต้องยกเครดิตให้ สตาร์ชาวอุรุกวัย ที่ไปแย่งบอลจากคู่แข่งก่อนจะเปิดอย่างแม่นยำให้ โดมินิค โซโบซไล กดไม่เหลือซาก

4. แม็ค อัลลิสเตอร์ เดี้ยง, “รองเทรนต์” ยังโดดเด่น

หนึ่งในเรื่องที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่อยากเห็นก็คือผู้เล่นคีย์แมนได้รับบาดเจ็บ แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นจนได้ แถมผู้เล่นที่บาดเจ็บคือแข้งคนสำคัญอย่าง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์

สตาร์แชมป์โลก วัย 24 ปี ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างหนักในช่วงครึ่งแรก แต่นักเตะยังสามารถฝืนเล่นต่อไปได้ อย่างไรก็ตามในช่วงกลางครึ่งหลังเจ้าตัวไม่สามารถเล่นต่อได้จนต้องถูกเปลี่ยนออก

แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่ คล็อปป์ ไม่อยากเห็นจริงๆ เนื่องจาก แม็ค อัลลิสเตอร์ กำลังเล่นได้อย่างเข้าฝัก และแมตช์นี้เจ้าตัวก็ได้ขยับขึ้นไปเล่นเกมรุกมากขึ้น ซึ่งทำให้เขาได้มีโอกาสแสดงศักยภาพที่แท้จริง ฉะนั้นตอนนี้ต้องลุ้นว่านักเตะจะเจ็บหนักแค่ไหน แต่ก็หวังว่าจะไม่รุนแรงจนต้องพักยาว !!

ขณะที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยังคงรักษาฟอร์มอันแสนโดดเด่นเอาไว้ได้อีกครั้ง โดยเฉพาะการเปิดบอลยาวที่แม่นยำของเขา รวมทั้งการเปิดมุมแอสซิสต์ให้กับ ฟาน ไดค์ ทำประตูแรก

เรื่องที่เดียวที่เป็นประเด็นไม่ค่อยสวยงามของ “รองเทรนต์” ก็คือการเปิดก้นโชว์ก่อนเตะมุมที่นำไปสู่การได้ประตู 1-0 เพราะมันถูกนำไปล้อจนกลายเป็นไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์

5. เกมเยือนต้องปรับด่วน

ณ ตอนนี้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ต้องบอกว่าน่าตื่นเต้นเร้าใจสุดๆ เพราะทีมหัวตารางทั้ง อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล, แอสตัน วิลล่า, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, สเปอร์ส รวมทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย !!

สำหรับ “หงส์แดง” ผลงานของพวกเขาค่อยๆ มาเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้โดดเด่นเปรี้ยงปร้างแบบ อาร์เซน่อล, สเปอร์ส และ แมนฯ ซิตี้ แต่ก็สามารถเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ตอนนี้ทีมมี 34 คะแนนตามหลัง “ปืนใหญ่” เพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น

จุดที่น่าสนใจก็คือเกมเยือนของพวกเขาไม่ค่อยดีนักในฤดูกาลนี้โดยเสมอ 4 แมตช์ และแพ้ 1 แมตช์ สำหรับเกมในแอนฟิลด์โดดเด่นมากๆ เมื่อสามารถเก็บชัยชนะถึง 10 แมตช์เลยทีเดียว

ฉะนั้นการบ้านที่ คล็อปป์ จะต้องรีบปรับแก้เป็นการด่วนก็คือผลงานนอกบ้าน ถ้าหากทีมสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้ งานนี้บอกเลยว่า ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์บรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

ทอมเม้ง

Rate this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *