เกมกู้ศรัทธา

เกมกู้ศรัทธา
แมนเชสเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียกศรัทธากลับคืนมาจากสาวก “ผีแดง” ได้ไม่น้อยเลยนะครับ หลังเปิดบ้านเฉือน เชลซี ลงได้หวุดหวิด 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

แมนเชสเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียกศรัทธากลับคืนมาจากสาวก “ผีแดง” ได้ไม่น้อยเลยนะครับ หลังเปิดบ้านเฉือน เชลซี ลงได้หวุดหวิด 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้แฟนบอล เรด อาร์มี รู้สึกมีแก่ใจอยากละลุกขึ้นมาเชียร์ทีมรักอีกครั้ง ไม่ใช่ผลการแข่งขันที่ปรากฏออกมา แต่เป็นสิ่งที่ขุนพลปิศาจแดงแสดงออกมาให้เห็นในการศึกหนล่าสุดที่ “โรงละครแห่งความฝัน” นั่นต่างหาก

หลังจากถูกมองว่า ลงเล่นแบบลืมพกหัวใจลงสนามในเกมบุกแพ้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด นักเตะอสูรแดง แสดงการตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยม หลังวิ่งกันชนิดลืมตายตั้งแต่ต้นจนจบเกมในการพบกับ “สิงห์สำอาง” ก่อนจะคว้นชัยไปได้อย่างคู่ควรจาก 2 ประตูของ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และทำให้พวกเขาขยับขึ้นมารั้งอันดับ 6 ของตารางโดยมีแต้มตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมอันดับ 4 แค่ 3 แต้มเท่านั้น…

เพรสดุขึ้นเยอะหลังดร็อป ดร.แรช และน้องหมาก

ในเกมบุกแพ้ “สาลิกาดง” 2 นักเตะที่โดนวิจารณ์มากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี มาร์กซิยาล ซึ่งนอกจากจะไม่สร้างประโยชน์ใด ๆ ในเกมรุกแล้ว ยังทำตัวขี้เกียจสันหลังยาวไม่ยอมช่วยเพรสใส่แนวรับคู่แข่ง แถมยังไม่ถอยมาช่วยเกมรับอีกต่างหาก

เมื่อผลงานชิ้นโบว์ดำเป็นที่ประจักษ์ชัด เอริค เทน ฮาก จึงตัดสินใจปรับหมากในเกมนี้ด้วยการใส่ อันโตนี และ ราสมุส ฮอยลุนด์ ลงเล่นเป็นตัวจริงแทน ซึ่งมันก็ทำให้การเพรสซิงในแดนบนของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีประสิทธิภาพขึ้นเยอะจนทำให้แนวรับเชลซีออกบอลยาก และนำไปสู่การได้จุดโทษจากจังหวะที่ อันโตนี โดน เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ย่ำเท้าในนาทีที่ 9 ด้วยทว่าน่าเสียดายที่ บรูโน แฟร์นันด์ส ดันยิงไปติดเซฟของ ดาบิด รายา เสียอย่างนั้น

ยังใช้โอกาสเปลืองเหมือนเดิม

นี่คืออีกหนึ่งเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นเกมรุกได้อย่างไหลลื่นที่สุดในยุคของ เทน ฮาก โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางริมเส้นทั้ง 2 ฝั่งที่ อันโตนี กับ ดีโอโก ดาโลต์ รวมทั้ง อเลฮานโดร การ์นาโช กับ ลุค ชอว์ (ครึ่งแรก) และ เซร์คิโอ เรกีลอน ประสานงานกันได้อย่างลงตัว

เฉพาะครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสลุ้นประตูถึง 18 ครั้ง และมีค่า xG หรือ ประตูที่ควรทำได้เมื่อคำนวณจากโอกาสที่มีถึงกว่า 2 ประตู แต่ปรากฏว่า พวกเขากลับเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้แค่ครั้งเดียวจากการสับด้วยอีซ้ายของ แม็คโทมิเนย์ ในนาทีที่ 19 ก่อนจะโดน เชลซี ที่มีโอกาสลุ้นน้อยกว่าตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 45 จากลูกยิงหักข้อของ โคล พาลเมอร์

ขณะที่เมื่อนับทั้งเกม แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสยิงรวมกันถึง 28 ครั้งเข้ากรอบ 9 ครั้ง มีค่า xGสูงกว่า 4 ประตู

ครั้งนี้ถือว่า สวรรค์ยังเมตตา แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อพวกเขามาได้ประตูชัยจากการโหม่งของ แม็คโทมิเนย์ ในนาทีที่ 69 หาไม่แล้ว มันคงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายน่าดู หากทีมของ เทน ฮาก ไม่สามารถเก็บ 3 แต้มได้ในเกมที่พวกเขาเล่นได้ดีที่สุดในฤดูกาลอย่างนี้

ฟุตบอลที่ห้าวหาญของ เทน ฮาก

เทน ฮาก ย้ำระหว่างการให้สัมภาษณ์มาตลอดในช่วงหลังว่า เขาอยากให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นฟุตบอลเชิงรุกชิงบุกเข้าใส่ และเล่นด้วยความกล้าหาญ และย้ำอีกครั้งหลังเกมชนะ เชลซี

อย่างไรก็ตาม หากฟุตบอลที่ห้าวหาญของ “อีทีเอช” หมายถึงการยัดมิดฟิลด์ตัวรุก ที่จ้องจะพุ่งเข้าไปรับบอลในเขตโทษ ลงไปพร้อมกันถึง 2 คน และปล่อยให้มิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งเกมนี้เป็น โซฟียาน อัมราบัต ทำหน้าที่ตัวปัดกวาดเช็ดถูกอยู่หน้าแผงแบ็กโฟร์เพียงลำพังมันก็คงสุ่มเสี่ยงที่จะโดนสวนกลับจนหน้าหงายอยู่ไม่น้อย

อันที่จริงถ้า แนวรุกของ เชลซี จบคม ๆ กว่านี้ บางที แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะพลิกกลับมาเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่ในครึ่งแรกด้วยซ้ำ ดีแต่ว่า ทั้ง นิโกลาส์ แจ็คสัน และ มิไคโล มูดริค ต่างปิดบัญชีได้ไม่เด็ดขาดพอเท่านั้นเอง

ลองจินตนาการดูว่า หากคู่แข่งในเกมนี้ไม่ใช่ เชลซี แต่เป็น บาเยิร์น มิวนิก และเปลี่ยน แจ็คสัน เป็น แฮร์รี เคน แล้ว มันจะเกิดนรกอะไรขึ้นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

การ์นาโช ตัวความหวังของหมู่บ้าน

อเลฮานโดร การ์นาโช พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจนกลายเป็นความหวังสูงสุดในแนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ ไปแล้ว

ในเกมกับ เชลซี ปีกเลือดฟ้าขาว ยังเล่นได้อย่างวูบวาบ และป่วนแนวรับคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเคย แถมยังเป็นคนเปิดบอลให้ แม็คโทมิเนย์ โหม่งพังประตูชัยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ การ์นาโช ยังต้องปรับก็คือความเด็ดขาดในจังหวะจบสกอร์เพราะมีหลายครั้งในเกมนี้ที่เจ้าตัวควรทำได้ดีกว่าที่เราเห็นกันไป หรือ อย่างน้อยก็ต้องยิงเข้ากรอบ รวมไปถึงการประสานงานกับหน้าเป้าอย่าง ฮอยลุนด์ ซึ่งยังคงไม่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมโดยเฉพาะตัวริมเส้นทั้ง 2 ฝั่งมากพอเหมือนเคย

กระนั้นยามนี้หากให้ เทน ฮาก เลือกระหว่าง การ์นาโช กับ แรชฟอร์ด ในตำแหน่งตัวริมเส้นฝั่งซ้าย ก็ต้องบอกว่า “กาโน่” น่าจะนอนมาเมื่อมองจากประโยชน์ที่เจ้าตัวสร้างให้กับทีมทั้งในเกมรุก และเกมรับ.

แท ยอน

Rate this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *