เหตุผลที่ ทฤษฎีช้างตกต้นไม้จะเกิดขึ้นอีกครั้งกับ อาร์เซน่อล

การบุกไปพ่าย ฟูแล่ม ถึงถิ่นเมื่อวันสิ้นปีที่ผ่านทำให้ อาร์เซน่อล เก็บชัยชนะได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นจาก 5 เกมหลังสุด และแพ้ไปถึง 3 เกม ใน พรีเมียร์ลีก ทำให้อันดับของพวกเขาล่วงหล่นลงมาอยู่อันดับ 4

จากเดิมที่ครองตำแหน่งจ่าฝูงในช่วง คริสต์มาส จนทำเอาเหล่าสาวก เดอะกูนเนอร์ส พากันวิตกกังวลไปต่างๆนาๆ ถึง ทฤษฎีช้างตกต้นไม้ที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขาอีกครั้ง วันนี้ทาง ขอบสนาม จะมาเล่าถึงประเด็นปัญหาของ อาร์เซน่อล ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมไอปืนใหญ่ จะมีอะไรบ้าง มาติดตามรับชมกันครับ

[ ตำแหน่งแบ็คทั้งสองข้างไม่ดีเหมือนก่อน ]

ด้วยฟอร์มการเล่นแบ็คทั้งสองข้างในตอนนี้ทำให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมรุก และเกมรับของ อาร์เซน่อล ตกลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ซินเชนโก้ ที่ฟอร์มดิ่งลงเหวแบบน่าใจหาย จากฤดูกาลก่อนเป็นนักเตะที่ทีมขาดไม่ได้ แต่มาฤดูกาลนี้กลับกลายเป็นจุดอ่อนของทีม

เกมรุก และกลางสร้างเกมจากการเป็นอินเวิร์ดฟูลแบ็คก็ทำได้ไม่ดีเหมือนเคย แถมยังมีจังหวะจ่ายบอลเสีย ที่สุ่มเสียงต่อการเสียประตูอยู่หลายต่อหลายครั้ง

เกมรับจากที่เคยเป็นจุดอ่อนตอนนี้กลายเป็นบ่อน้ำมันเลยก็ว่าได้ มีจังหวะพลาดง่ายๆแทบทุกเกม ตัวสำรองอย่าง ยาคุป คิวิออร์ เองจากที่สังเกตุมาหลายนัดดูจะยังไม่เหมาะกับตำแหน่งแบ็คซ้ายเท่าไหร่ ไม่เป็นธรรมชาติเหมือนตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค

ส่วนแบ็คขวาอย่าง เบน ไวท์ ก็ดูน่าห่วงไม่น้อยเหมือนกัน เพราะพี่แกฝืนเล่นทั้งที่มีอาการบาดเจ็บมาซักพักใหญ่ๆแล้ว นี่อาจเป็นเหตุผลให้ ไวท์ ฟอร์มยังไม่เข้าที่เข้าทางเหมือนก่อน

แต่ที่น่ากังวลยิ่งกว่าก็คือ ไม่มีผู้เล่นตัวสำรองที่มาทดแทนได้เลย ทาง ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ ก็ต้องไปเล่น เอเชี่ยน คัพ กับทีมชาติญี่ปุ่น ส่วน จูเลี่ยน ทิมเบอร์ เองก็ยังไม่มีวี่แววที่จะกลับมาลงสนามในเร็วๆนี้

เพราะฉนั้นแล้วการเสริมผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็คธรรมชาติก็ดูเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเหมือนกัน เพราะถ้าสังเหตุให้ดี อาร์เซน่อล เป็นทีมเดียวที่ไม่มี ฟูลแบ็คธรรมชาติเลยแม้แต่คนเดียว

[ ปัญหาการจบสกอร์ ]

ปัญหาการจบสกอร์เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของ อาร์เซน่อล เลยก็ว่าได้ เพราะผู้เล่นในแนวรุกต่างก็นัดกันฟอร์มตกไม่สามารถผลิตสกอร์ได้เหมือนเคย ก็เข้าใจแหละครับว่ามันก็ต้องมีวันที่เล่นไม่ดีบ้าง

แต่ในวันที่เล่นไม่ดี อาร์เซน่อล จะไม่สามาถเก็บผลได้แบบที่ต้องการ เหมือนกับ ลิเวอร์พูล หรือ แมนฯ ซิตี้ ที่มักพลิกนรกกลับมาชนะ หรืออย่างน้อยๆก็กลับมาเสมอได้

ในทางกลับกัน อาร์เซน่อล กลับทำไม่ได้เลยในช่วงหลัง นั่นก็เป็นเพราะแนวรุกไม่สามารถทำประตูได้ ดูได้จากค่า XG จากลูกโอเพ่นเพลย์ ตลอด 20 นัดที่ผ่านมา อาร์เซน่อล มีค่า XG แค่ 25 ครั้งเท่านั้น แต่ที่แย่ยิ่งกว่าก็คือ อาร์เซน่อล เปลี่ยนจากโอกาสมาเป็นประตูได้แค่ 19 ประตูเท่านั้น น้อยกว่าทีมในท็อปซิกทุกทีม

เท่านั้นไม่พอสามประสานในแดนรุกอย่าง บูกาโย่ ซาก้า, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ กาเบรียล เชซุส ยิงประตูรวมกันได้แค่ 12 ประตูเท่านั้น น้อยกว่า โม ซาล่าห์ หรือ เออลิ่ง ฮาแลนด์ เพียงคนเดียวเสียอีก

[ ความมั่นใจหดหาย ]

สืบเนื่องจากเกมรุกที่ยิงกันไม่ได้ และไม่สามารถเก็บผลการแข่งขันได้ตามที่ต้องการ ผลเสียที่ตามมาก็คือ ความมั่นใจ ก็ลดน้อยถอยลงไป

จากความพ่ายแพ้ทั้งสองนัดล่าสุดมันแสดงออกให้เห็นจากภาษากายได้อย่างชัดเจนเลยว่า พวกเขาสูญเสียความมั่นใจไปแบบชัดเจน จากเดิมที่เป็นทีมเล่นเกมรุกดุดัน เล่นด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท เป็นทีมพลังหนุ่มสู้ไม่ถอย

เน้นการครองบอล มีวิธีการเข้าทำที่ดูหลื่นไหลเพลินตา แต่สองนัดที่ผ่านมากลับกลายเป็นทีมที่จ่ายเสียกันง่ายๆ กล้าๆกลัวๆ เล่นด้วยความผิดพลาด ยิ่งเล่นยิ่งลก

เกมรุกก็ดูตันไปหมดเหมือนคนที่ไม่มีแรงจูงใจในการเล่นฟุตบอล ไม่มีไอเดียในการสร้างสรรค์เกมเลยแม้แต่น้อย พอมีโอกาสก็ยิงนกตกปลา เกมรับก็ดูสะเปะสปะ พลาดกันง่ายๆ ลูกเตะมุมจากเดิมที่เป็นจุดแข็งก็มาเสียทั้งสองเกม

เกมหน้า อาร์เซน่อล ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของพวกพรี่ ลิเวอร์พูล ในศึก เอฟเอ คัพ ถ้าทัพปืนใหญ่ เก็บผลได้ตามที่ต้องการอาจจะเรียกความมั่นใจของพวกเขากลับมาได้ แต่ถ้าเกิดไปแพ้คาบ้านขึ้นมา

ไม่แน่ว่า อาร์เซน่อล อาจเสียความมั่นใจไปมากกว่าเดิม และอาจทำให้ ทฤษฎีช้างตกต้นไม้ เกิดขึ้นอีกครั้งกับ อาร์เซน่อล ก็เป็นได้

– บีเบลล์ กูนเนอร์ –

Rate this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *